โครงงานภูมิปัญญาท้องถิ่น (การทำขนมตาล)
บทคัดย่อ
ขนมตาลและเริ่มหาซื้อรับประทานยากขึ้นตามจำนวนของต้นตาลที่นับวันจะลดน้อยลงไปความเด่นของขนมตาลอยู่ที่ความหอมหวลของน้ำคั้นจากผลตาลสุกงอมความหวานมันที่ได้จากเป็นขนมไทยแท้ดั้งเดิม ขนมตาลเพราะต้นตาลเป็นไม้ยืนต้นที่ให้ประโยชน์กับคนไทยมากมายนับแต่ลูกตาลเนื้อนิ่มใสหวานชื่นใจที่จะรับประทานสดว่ากันว่าที่ใดมีต้นตาลที่นั่นต้องมีหรือนำไปเชื่อมรับประทานกับน้ำแข็งก็อร่อยไม่แพ้กันๆ หรือส่วนที่อยู่ด้านในเฉาะเอามาเชื่อมกับน้ำตาลก็รับประทานได้แถมน้ำหวานที่ได้จากงวงตาลก็นำมาทำน้ำตาลโตนดที่มีความหอมและหวานแหลมอย่างที่น้ำตาลทรายก็สู้ไม่ได้ของเมล็ดตาลที่แก่จัด
ต้องมีใจรักชอบทำมีความอดทนตั้งใจมีความพิถีพิถันในการประดิษฐ์ให้ขนมมีรูปร่างที่น่ารับประทานขนมหวานไทยบางชนิดต้องฝึกทำหลาย ๆ การทำขนมหวานไทยให้ดีต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่างคือ และความชำนาญในการทำบ่อยผู้ประกอบขนมหวานไทยจะประสบความสำเร็จในการทำ
ประสบการณ์ๆ
กิตติกรรมประกาศ
โครงงานเล่มนี้จะสำเร็จไปมิได้หากไม่ได้รับความสนับสนุนอาจารย์พรทิพย์มหันตมรรคและขอขอบพระคุณคุณปราณีพรหมทองและคำปรึกษาจากและผู้ปกครองที่คอยเป็นกำลังใจจนโครงงานเล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ณที่นี้ด้วยขออภัยไว้
บทที่
บทนำ
แนวคิดที่มาและความสำคัญ
1ซึ่งในปัจจุบันขนมตาลเป็นขนมที่หากินได้ยากและกระบวนการทำส่วนผสมมีความยุ่งยากส่วนต้นทุนในการลงทุนสูงแต่ได้กำไรน้อยเพราะส่วนมากในกลุ่มลูกค้าโดยทั่วไปจะเป็นผู้สูงอายุสืบเนื่องมาจากมีความชื่นชอบในขนมตาล รสชาติเป็นยังไงและรูปลักษณ์การบรรจุภัณฑ์ไม่น่าดึงดูดใจเหมือนขนมขบเคี้ยวทั่วไปจึงทำให้ดิฉันมีความสนใจในการทำโครงงานเรื่องการทำขนมตาลเพื่ออนุรักษ์การทำขนมไทยและเพื่อเป็นประโยชน์ในการประการอาชีพ
วัตถุประสงค์
จัดทำขึ้นเพื่ออนุรักษ์และสืบทอดการทำขนมตาล
1.2. จัดทำขึ้นเพื่อได้รู้วิธีการทำขนมตาล
สามารถนำไปเผื่อแพร่ให้กับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับวิธีการทำ
หลักการและทฤษฎี
3 จนลืมไปความเป็นไทยว่าไทยเราก็มีของดีเยอะมากมายเช่นเสื้อผ้าการแต่งกายสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารไทยเนื่องจากเด็กไทยสมัยนี้มีความนิยมจากชาติตะวันตกมากจนเกินไป (ขนมตาล) จึงได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพื่อที่จะสืบทอดของไทย
ขอบเขตของโครงงาน
1. ศึกษาค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต
ศึกษาค้นคว้าจากคุณปราณีพรหมทอง 2. สถานที่
ต. ปากน้ำอ. เมืองจ.
ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
พีพี 1. ได้ทำเป็นอาชีพเสริมเพื่อหารายได้เพิ่มขึ้น
2ได้รักษาอรุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นนี้ไว้เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลัง
ได้มีประสบการณ์ในการลงพื้นที่ได้มากขึ้นกว่าเดิม
3.4. ได้ใช้เวลาว่างให้เกินประโยชน์
เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจ
5.6เพื่อฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม
บทที่
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
จากบทสัมภาษณ์
2 คุณปราณีพรหมทอง
มันขั้นตอนในการทำนั้นมีความยากพอสมควรปัจจุบันขนมตาลจะหานำมารับประทานนั้นก็ยากขึ้นเพราะวัตถุดิบในการทำเริ่มมีปริมาณลดลงและคนที่ทำขายส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุขนมตาลเป็นขนมที่มีรสชาติหวาน อาจเพราะเหตุว่าเป็นขนมที่ไม่ทันสมัยจึงไม่นิยมบริโภค
วัตถุดิบในการทำ
1 ลูกตาลสุก 2 ข้าวสารเก่า 3 แป้ง 4 น้ำตาลทราย
5 หัวกะทิ 6 มะพร้าวทึกขูดฝอย 7 เกลือป่น
บทที่วิธีการดำเนินงาน
วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า
3
การศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าตามลำดับดังต่อไปนี้
1 ขั้นศึกษาข้อมูล
ขั้นสำรวจและศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยการสำรวจและศึกษาเอกสารที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำขนมตาล
1 1.12 ศึกษาวัตถุดิบและส่วนประกอบการทำขนมตาล
2
ได้มีการเก็บรวมรวมข้อมูลจากการสำรวจและศึกษาจากเอกสารที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำขนมตาล
2 ขั้นเก็บรวบรวมข้อมูล 2.1ได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากการได้สังเกตและสัมภาษณ์ 2
3 ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล
นำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้มาศึกษาและวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์และเรียบเรียงนำเสนอในเชิงความเรียง
อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต
1 ลูกตาลสุก
2 ข้าวสารเก่า
3 แป้ง
4 น้ำตาลทราย
5 หัวกะทิ
6 มะพร้าวทึกขูดฝอย
7 เกลือป่น
บทที่
ผลการศึกษา
ขั้นตอนการผลิต
4, 1 แล้วขูดเอาเนื้อสีเหลืองออกตัวลูกตาลแช่น้ำไว้จนเนื้อลูกตาลละลายออกหมดใช้ผ้าห่อเนื้อลูกตาลและน้ำที่ละลายผูกมัดปากรวมไว้ให้แน่นแขวนหรือทับไว้ให้แห้งอันดับแรกต้องลอกเปลือกลูกตาลออกให้หมด
ลูกตาลสุกล้างปอก
เนื้อตาลที่ได้ส่วนเมล็ดตาลนำไปขยำกับน้ำให้เนื้อออกให้ขูดเนื้อตาลออก
แล้วกรองด้วยถุงผ้าขาวหนาแขวนไว้ให้น้ำตกจนหมดทำก่อนใช้กรองด้วยกระชอนคืน 1
2 โม่ข้าวสารที่แช่น้ำไว้ให้ละเอียดแล้วทับให้แห้ง
3 รวมกับแป้งท้าวยายม่อมและลูกตาลที่ทับจนแห้งแล้วนวดส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนแป้งที่ผสมเนียนและนุ่มมือจากนั้นผสมข้าวสารที่โม่และทับจนแห้งแล้วใส่น้ำตาลสลับกับหัวกะทิ (ประมาณ 30-60 นาที) ละลายหมดพักไว้ประมาณ 5-10 ชั่วโมง
นำเนื้อตาลที่ได้มานวดกับแป้งแล้วเติมกะทิ (ผสมกับน้ำตาลทรายตั้งไฟให้เดือดพักให้เย็น)
นวดเนื้อลูกตาลกับแป้งข้าวเจ้าให้เข้ากันแล้วค่อยๆเติมกะทิที่เคี่ยวไว้จนหมด
เมื่อเติมกะทิจนหมดได้ลักษณะดังภาพชั่วโมงจนขึ้นฟูปิดฝาพักไว้ 4-5 (เป็นฟองปุดๆ ๆ)
4 ขั้นตอนรองสุดท้ายให้ตักแป้งที่ผสมแล้วใส่กระทงหรือถ้วยตะไลโรยมะพร้าวแล้วนึ่งให้สุกยกลงถ้าใส่ถ้วยตะไลรอให้เย็นก่อนแล้วจึงนำออกจากถ้วยจัดใส่ภาชนะ
บทที่
สรุปผลการศึกษา
5ทำให้ได้รู้ถึงรู้หลักวิธีการทำและวัฒนธรรมการการอนุรักษ์ของชุมชนในท้องถิ่นภาคใต้อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่สมควรรับการส่งเสริมและอนุรักษ์ตลอดไปการวิจัยเรื่องการทำขนมตาล
จากการศึกษาพบว่าขนมตาลเป็นขนมไทยที่นิยมก
การแปล กรุณารอสักครู่..
